วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562

รวมผัก-สมุนไพรที่สามารถรักษา บรรเทาเบาหวานได้





 มะระขี้นก
การศึกษาทางคลินิก ในผู้ป่วยเบาหวาน
มะระจีนและมะระขี้นกในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำคั้น สารสกัด หรือผงแห้ง ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
- การดื่มน้ำคั้นจากผลขนาด 50 และ 100 มล. วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น เป็นเวลา 7 วัน
- การรับประทานสารสกัดน้ำ (เตรียมโดยนำผลสด 100 ก. ต้มในน้ำ 200 มล. จนกระทั่งปริมาตรน้ำลดเหลือ 100 มล.) เพียงครั้งเดียวในตอนเช้า เป็นเวลา 21 วัน พบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
แต่เนื่องจากมีข้อควรระวังการใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เพราะอาจไปเสริมฤทธิ์กัน ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้ และไม่แนะนำให้ผู้ที่มีการทำงานของตับผิดปกติรับประทาน เนื่องจากมีผู้ป่วยบางรายที่รับประทานมะระแล้วมีค่า ALT และ AST ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องฉีดอินซูลินควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จึงแนะนำให้รับประทานในรูปแบบของอาหาร ในปริมาณปกติ ห้ามรับประทานผลและเมล็ดสุก เพราะมีพิษ



ตำลึง
การศึกษาทางคลินิก ในอาสาสมัครสุขภาพดี รับประทานอาหารเช้าที่ประกอบด้วยใบตำลึง 20 กรัม ผสมกับมะพร้าวและเกลือ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานอาหารเช้าที่ไม่มีใบตำลึง พบว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารซึ่งมีใบตำลึงเป็นส่วนประกอบ มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม แสดงว่าใบตำลึงมีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้



ผักเชียงดา
การศึกษาทางคลินิก มีผลลดน้ำตาลในเลือดได้ดีในคนปกติ แต่ข้อมูลการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม ผักเชียงดาเป็นผักพื้นบ้านที่มีการรับประทานเป็นอาหารมาช้านาน และยังไม่ปรากฏรายงานความเป็นพิษจากการรับประทานทั้งในรูปของอาหาร จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลขั้นต้น



ชาใบหม่อน
การศึกษาทางคลินิก
- การดื่มชาใบหม่อนขนาด 100 มล. (ใบหม่อน 2 ก. ชงในน้ำร้อน 100 มล. ทิ้งไว้ 12 นาที) หรือน้ำอุ่นขนาด 100 มล. พบว่ากลุ่มที่ได้รับชาใบหม่อนมีแนวโน้มของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำอุ่นซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม
- มีรายงานระบุว่าแคปซูลผงใบหม่อน สารสกัดใบหม่อน มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แต่ควรระวังการเสริมฤทธิ์กันกับยาแผนปัจจุบัน


สรุป
มีสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวาน จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติที่สุด จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และถ้าหากผู้ป่วยได้รับยาแผนปัจจุบันอยู่ ควรระมัดระวังการเสริมฤทธิ์ของสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน อาจส่งผลให้น้ำตาลลดต่ำลงเกินไป และเกิดอันตรายได้ หากจะใช้สมุนไพร แนะนำให้รับประทานในรูปแบบของอาหารหรือชา ควบคู่กับการรับประทานผักและผลไม้น้ำตาลน้อย ออกกำลังกายตามความเหมาะสม


เอกสารอ้างอิง :
- ฐาน PHARM
- หนังสือสารพันคำถามฮิต สรรพคุณสมุนไพร




อายุ 42 ปี ผมเริ่มหงอกมีสีขาว จะมีวิธีใดช่วยชลอการหงอกก่อนวัย หรือมีตัวยาสมุนไพรชนิดใดช่วยได้ โปรดแจงให้กระจ่าง







 การรับประทานอาหารซึ่งมีวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมและหนังศีรษะ จะช่วยชะลอการหงอกของผมได้ เช่น
               -ทองแดง พบมากในถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วลันเตา เมล็ดทานตะวัน ลูกเกด ลูกพลับ กล้วยตาก แครอท หัวไชเท้า เผือก มัน ผลไม้สดทุกชนิด
-ไอโอดีน พบมากในอาหารทะเลทุกชนิด และอาหารที่ปรุงด้วยเกลือไอโอดีน
-เหล็ก มีมากในปลา ลูกเกด ผักใบเขียว เช่น คะน้า ตำลึง กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักพื้นบ้าน เช่น มะเขือพวง ใบชะพลู ผักโขมหนาม และผักกูด
-กรดโฟลิก พบมากในถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง แครอท ฟักทอง ไข่แดง และตับ
-กรดแพนโทเทนิก หรือวิตามินบี 5 พบมากในข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด แอ๊ปเปิ้ล
-พาบา อยู่ในกลุ่มวิตามินบีรวม ซึ่งเป็นวิตามินเทียมที่ละลายในน้ำ พบมากในจมูกข้าวสาลี ข้าวกล้อง โยเกิร์ต และผักใบเขียว
-ไบโอติน เป็นหนึ่งในกลุ่มวิตามินบีคอมเพล็กซ์ พบมากในอาหารจำพวกถั่วเหลือง และซีเรียล
               สำหรับสมุนไพรช่วยชะลอผมหงอกที่มีการใช้ภายนอก เช่น น้ำคั้นใบย่านาง วุ้นว่านหางจระเข้ น้ำคั้นบัวบก และกะเม็ง เป็นต้น

มีตัวยาสมุนไพร ชนิดใดบ้างช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศได้บ้าง รับประทานอย่างไร



 มีตัวยาสมุนไพร ชนิดใดบ้างช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศได้บ้าง รับประทานอย่างไร


สมุนไพรที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย testosterone ในสัตว์ทดลอง

ได้แก่ มะระขี้นก เกากี่ฉ่าย ผักปลังขาว ตำลึง เป็นต้น

ส่วนสมุนไพรที่มีการศึกษาทางคลินิกโดยพบว่ามีผลทำให้พฤติกรรมทางเพศดีขึ้น หรือมีผลเพิ่มฮอร์โมน testosterone

ได้แก่ ปลาไหลเผือก โสมเกาหลี แป๊ะก๊วย หญ้าฝรั่น ทับทิม กวาวเครือแดง เห็ดหลินจือ หนามกระสุน และหอมหัวใหญ่

ซึ่งส่วนใหญ่รายงานว่าใช้ได้ผลดี แต่เนื่องจากงานวิจัยยังมีน้อย ทำให้ยังขาดเรื่องขนาดและวิธีการรับประทานที่เหมาะสม รวมทั้งเรื่องความปลอดภัยด้วย

ราก เถา ตำลึง ส่งวันที่ 16-17/12-62













วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตำลึงรักษาเบาหวาน

 ตำลึงรักษาเบาหวาน  0809898770

 ตำลึงรักษาเบาหวาน

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ตำลึงเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง สามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ ทั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าตำลึงช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนในใบตำลึงก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้นั่นเอง

ทั้งนี้การกินตำลึงเพื่อลดน้ำตาลในเลือด สามารถทำได้โดยใช้เถาแก่ของตำลึงประมาณครึ่งถ้วย นำมาต้มกับน้ำ หรือนำน้ำคั้นจากผลตำลึงดิบ ๆ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น น้ำตำลึงก็จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้





วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562

รากตำลึง บำรุงสายตา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เราไม่ป่วยไข้ได้ง่าย ตำลึงรักษาเบาหวาน บำรุงกระดูก ช่วยย่อยอาหาร




สรรพคุณทางตัวยานั้นดิฉันและสามีลองทานมาด้วยตัวเองแล้วเห็นอาการใด้ชัดเจนมากจึงนำมาแบ่งปันค่ะ
1.บำรุงสายตา
2.แก้ปวดหลังเจ็บเอว
3.รักษาและกระชับมดลูกในสตรี
4.แก้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมสำหรับคุณผู้ชาย
5.ปรับอารมณ์ทางร่างกายและจิตใจให้สม่ำเสมอไม่หงุดหงิดง่าย



..ส่วนประกอบมีดังนี้ค่ะ
รากตำลึงเอารากที่ฝังในดินนะคะไม่ใช่ที่เลื้อยอยู่บนดินค่ะ สำหรับรากตำลึงนั้นยิ่งมีอายุมากรากจะใหญ่มากหัวจะคล้ายโสมค่ะและสรรพคุณก็ยิ่งสูงค่ะและก็ตามด้วยน้ำผึ้งแท้และเหล้าขาวค่ะ
วิธีทำมีดังนี้ค่ะ
นำรากตำลึงที่ขุดมาล้างให้สะอาดขูดเอาผิวรอบนอกออกแล้วตากแดดให้แห้ง เมื่อตากแดดแห้งแล้วต้องทำเลยนะคะอย่าค้างใว้หลายวันให้โดนน้ำฝนเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดเชื้อราและเสียประโยชน์นำมาใช้ไม่ใด้อีกแล้วต้องทิ้งไปค่ะ
นำมาหั้นเป็นท่อนใส่ในขวดแก้วขวดอะไรก็ใด้ที่มีในบ้าน ขวดโหล ขวด เหล้า ก็ใด้ค่ะ ใส่ให้เต็มขวดเลยนะคะ ตามด้วยเหล้าขาว จะใช้กี่ขวดนั้นขึ้นอยู่กับความจุของขวดค่ะตามด้วยน้ำผึ้งแท้1ช้อนโต๊ะ ไม่แนะนำให้ใส่น้ำผึ้งเยอะค่ะเพราะจะทำให้รสชาติออกมาหวานเลี่ยนเวลาทานจะทำให้แสบคอและเกิดอาการอยากอาเจียนค่ะ ใส่ให้พอเป็นยาก็พอค่ะ หลังจากนั้นดองใว้45วัน เมื่อครบกำหนดแล้วจะมีกลิ่นที่หอมกลิ่นเหล้าขาวจะหมดไป สำหรับคุณผู้หญิงแนะนำให้ดื่มแค่วันละ1เป็กในตอนเช้าขณะท้องว่าง สำหรับคุณผู้ชายแนะนำให้ดื่มวันละ2เป็กคือช่วงเช้าขณะท้องว่างและช่วงเย็นค่ะ
เมื่อทานจะรู้สึกร้อนๆในคอค่ะทานไปเรื่อยๆคุณจะเห็นผลถึงความเปลี่ยนเเปลงชัดเจนขึ้นค่ะ สามีดิฉันอายุ52ปีแล้วตอนแรก มีปัญหาทางสายตามองไม่ค่อยเห็นและปวดหลังปวดเอว เมื่อทานยาตัวนี้ไปสักพักปัจจุบันตัวหนังสือเล็กๆในนิยายอ่านใด้หมดเลยค่ะทั้งหมดที่กล่าวมานี้ดิฉันและสามีทดลองเองและใด้ผลค่ะเคยแนะนำไปหลายคนแล้ว






รากตำลึง จัดส่ง

 มาจากช็อปปี้